เห็ดขี้วัว


Copelandia ctandscens (Berk. & Br.) Sing.


ชื่อสามัญ เห็ดขี้วัว

หมวก รูปกระทะคว่ำสีขาวขาวนวล หรือ เหลืองนวล เส้นผ่าศูนย์กลาง 3-5 เซนติเมตร

ผิวเรียบกลางหมวกสีเข้มกว่า ผิวเมื่อช้ำมีสีน้ำเงินปนเปื้อนครีบสีเทาดำยึดติดกับก้าน

ก้าน รูปทรงกระบอก สีขาวนวล ยาว 8-12 เซนติเมตร ใหญ่ 3-4 มิลลิเมตรภายในกลวง ผิวเป็นมันเงา เมื่อช้ำหรือฉีกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินปนเปื้อน

สปอร์ รูปรี หรือรูปมะนาว สีน้ำตาลดำผนังหนา ปลายบนตัดเป็นรู ผิวเรียบ เห็ดชนิดนี้ชอบขึ้นเป็นดอกเดี่ยวกลุ่มละ 4-5 ดอก บนกองมูลสัตว์ เช่น มูลวัว มูลควา

ชื่อสามัญ เห็ดขี้วัว

หมวก รูปกระทะคว่ำสีขาวขาวนวล หรือ เหลืองนวล เส้นผ่าศูนย์กลาง 3-5 เซนติเมตร

ผิวเรียบกลางหมวกสีเข้มกว่า ผิวเมื่อช้ำมีสีน้ำเงินปนเปื้อนครีบสีเทาดำยึดติดกับก้าน

ก้าน รูปทรงกระบอก สีขาวนวล ยาว 8-12 เซนติเมตร ใหญ่ 3-4 มิลลิเมตรภายในกลวง ผิวเป็นมันเงา เมื่อช้ำหรือฉีกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินปนเปื้อน

สปอร์ รูปรี หรือรูปมะนาว สีน้ำตาลดำผนังหนา ปลายบนตัดเป็นรู ผิวเรียบ เห็ดชนิดนี้ชอบขึ้นเป็นดอกเดี่ยวกลุ่มละ 4-5 ดอก บนกองมูลสัตว์ เช่น มูลวัว มูลควาย


ที่มา : หนังสือเห็ดพิษ ของสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย
(The Mushroomresearchers and Growers Society of Thailand.)พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2543

เห็ดขี้ควาย



Psliocybe cubensis (Earle) Sing.



ชื่อสามัญ เห็ดขี้ควาย บางแห่งเรียกเห็ดโอรถลวงจิต

หมวก รูปกระทะคว่ำแล้วแบนลง เส้นผ่าศูนย์กลาง 6.5-8.8 เซนติเมตรผิวสีฟางข้าวอมเหลือง กลางหมวกสีน้ำตาลอมเหลือง มีเกล็ดเล็กๆ กระจายออกไป ยังขอบหมวก ขอบมีริ้วสั้นๆ โดยรอบ ครีบสีน้ำตาลดำ ส่วนกลางกว้างกว่า ปลายทั้งสองข้าง ไม่ยึดติดกับก้าน
ก้าน ยาว 4.5-8 เซนติเมตร ใหญ่ 8-12 มิลลิเมตร โคนใหญ่กว่าเล็กน้อย สีฟางข้าวอมเหลืองอ่อน เนื้อสีขาว ผิวและเนื้อเมื่อช้ำเป็นแผลจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน หรือปนเปื้อนน้ำเงินทันที
สปอร์ รูปรี หรือมะนาว สีน้ำตาลดำ ผนังหนา ผิวเรียบ ด้านบนมีปลายตัดเป็นรูเล็ก เห็ดชนิดนี้ชอบขึ้นเป็นดอกเดี่ยวกลุ่มละ 4-5 ดอก บนพื้นดินที่มีมูลสัตว์ พวกมูลวัว มูลควาย เช่นเดียวกับเห็ดขี้วัว


ที่มา : หนังสือเห็ดพิษ ของสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย
(The Mushroomresearchers and Growers Society of Thailand.)พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2543

เห็ดหัวกรวดครีบเขียว




ชื่อสามัญ เห็ดหัวกรวดครีบเขียว

หมวก สีขาวรูปกระทะคว่ำแล้วแบนลง เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 -- 20 เซนติเมตร กลางหมวกสีน้ำตาล ผิวมีเกล็ดสี่เหลี่ยมสีน้ำตาล กระจายห่างไปยังขอบหมวกครีบสีขาวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน แล้วเป็นสีน้ำตาลอ่อนอมเขียวหม่นหรือเขียวอมเทา ครีบไม่ยึดติดก้าน

ก้าน รูปทรงกระบอกสีขาวหรือน้ำตาลอ่อน ยาว 6 --20 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 --1.8 เซนติเมตร โคนก้านใหญ่เป็นกระเปาะเล็กน้อย ภายในมีรูกลวงตลอดก้าน ใต้หมวกมีวงแหวนหนา 2 ชั้น ขอบบนสีน้ำตาลขอบล่างสีขาว วงแหวนเคลื่อนขึ้นลงได้ เนื้อเห็ดสีขาวเวลาตัดหรือช้ำมีสีแดงเรื่อๆ

สปอร์ รูปไข่ สีเขียวอ่อน ผิวเรียบ ขนาด 1.5 -- 8 x 9 -- 11 ไมโครเมตร ผนังหนาปลายบนมีรูเปิด1 รู เห็ดชนิดนี้ชอบขึ้นบนสนามหญ้าเป็นดอกเดี่ยวกระจาย เป็นวงกลม บางแห่งเรียกเห็ดกระโดงตีนต่ำ เห็ดชนิดนี้มักจะสับสนกับเห็ดอีกหลายชนิดในสกุลเดียวกันที่มีรูปร่างคล้ายกัน ถึงแม้ต้มเสร็จแล้วพิษก็ยังมีอยู่ไม่ควรรับประทาน อาการก็เกือบปางตาย แต่หายเป็นปกติได้


ที่มา : หนังสือเห็ดพิษ ของสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย
(The Mushroomresearchers and Growers Society of Thailand.)พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2543

เห็ดขอนสีทองเกล็ดแดง


Gymnopilus aeruginosus (Peck) Sing.

ชื่อสามัญ เห็ดขอนสีทองเกล็ดแดง
หมวก มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 -- 5 เซนติเมตร รูปกระทะคว่ำและแบนลง สีเหลืองทอง ผิวมีเกล็ดขนสีแดงอมม่วง บางแห่งมีสีเขียวปนเปื้อน
ก้านยาว 2 -- 12 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 3 -- 5 มิลลิเมตร ผิวเรียบสีเหลือง ครีบสีเหลืองยาวลงไปติดก้าน บนก้านมีวงแหวนบางๆสีเหลือง มักจะแห้งหายไป วงแหวนอยู่เกือบปลายบนของก้าน
สปอร์ สีสนิม รูปรี ผิวหยาบเป็นตุ่มเล็กๆ ขนาด 7.5 --8 x4-5 ไมโครเมตรเห็ดชนิดนี้ขึ้นเป็นดอกเดี่ยวอยู่ใกล้กันเป็นกลุ่มใหญ่บนขอนไม้และพบว่ามีสาร


ที่มา : หนังสือเห็ดพิษ ของสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย
(The Mushroomresearchers and Growers Society of Thailand.)พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2543


เห็ดกรวดเกล็ดทอง


Gomphus floccosus (Schw.) Sing.


ชื่อสามัญ เห็ดกรวดเกล็ดทอง

หมวก รูปกรวยลึก เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 -- 10 เซนติเมตร สูง 7 -- 20 เซนติเมตร ขอบเป็นคลื่น ด้านในมีเกล็ดสีเหลืองและมีเกล็ดคล้ายเกล็ดปลาสีเหลืองอมส้ม หรือสีส้มกระจายทั่วไป เกล็ดที่อยู่กลางหมวกจะพูนและงอก ขึ้นดอกนอกสีเหลืองอ่อนหรือนวลขาว เป็นร่องหรือสันนูนยาวลงไปติดก้านและเชื่อมกันบางตอน

ก้าน ยาว 5 -- 10 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 -- 3 เซนติเมตร โคนขอบสีเหลืองอ่อนหรือเหลืองอมส้ม เนื้อในสีขาว

สปอร์ รูปรี ผิวขรุขระ สีน้ำตาลอมเหลือง ขนาด 7 -- 8 x 11.5 -- 14 ไมโครเมตร เห็ดชนิดนี้ขึ้นเป็นกลุ่ม เป็นดอกเดี่ยว หรือโคนติดกัน ส่วนมากพบ ในป่าสน ต้มสุกแล้วรับประทานได้ รับประทานดิบจะมีพิษกับบางคน


ที่มา : หนังสือเห็ดพิษ ของสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย
(The Mushroomresearchers and Growers Society of Thailand.)พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2543

เห็ดไข่เน่า



Clarkeinda tiachodes (Berk.) Sing.

ชื่อสามัญ เห็ดไข่เน่า

หมวก รูปกระทะค่ำสีขาว เส้นผ่าศูนย์กลาง 7 -- 15 เซนติเมตร มีเกล็ดสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งปลายรวมเป็นกระจุกและงอนขึ้น ยกเว้นกลางหมวกที่มีสีน้ำตาล เกล็ดกระจายไปยังขอบหมวก ครีบสีขาวเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนอมน้ำตาลไม่ยึดติดก้าน

ก้าน รูปทรงกระบอก สีขาว ผิวเรียบ ยาว 9 -- 12 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 -- 2 เซนติเมตร บนก้านตอนบนมีวงแหวนสีขาว เนื้อในสีขาว เมื่อฉีกขาดหรือช้ำเปลี่ยนเป็นสีแดง หรือน้ำตาลแดง

สปอร์ สีเหลืองอมเขียว รูปไข่ ขนสด 3 -- 4 x 6 -- 7 ไมโครเมตร ผิวเรียบผนังหนา ปลายบนมีรูเปิดและตัดตรง เห็ดชนิดนี้ขึ้นดอกเดี่ยว กลุ่มละ 3 -- 4 ดอก บนพื้นดิน ริมทางหรือสนามหญ้า จัดเป็นเห็ดพิษเหมือนเห็ดกรวยครีบเขียว Chlorophyllum molybdites ห้ามรับประทานเด็ดขา

ที่มา : หนังสือเห็ดพิษ ของสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย
(The Mushroomresearchers and Growers Society of Thailand.)พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2543




เห็ดไข่หงส์


Scleroderma citrinum Pers.


ชื่อสามัญ เห็ดไข่หงส์

หมวก รูปกลม สีน้ำตาลอ่อนอมเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 -- 6 เซนติเมตร สูง2 -- 3 เซนติเมตร ด้านบนแบนลงเล็กน้อย ผิวแตกเป็นเกล็ดใหญ่ โคนมีเส้นใยหยาบเป็นกระจุกยึดติดกับดิน(สีนวลขาว) เปลือกหนา 3 - 4 มิลลิเมตร เมื่อดอกเห็ดแก่ด้านบนปริแตกออก

สปอร์ ภายในดอกเห็ดสีม่วงน้ำตาลบรรจุอยู่ รูปกลม ผิวขรุขระเป็นร่องแห เห็ดชนิดนี้ขึ้นเป็นดอกเดี่ยวใกล้กัน และกระจายทั่วไปในป่าสน เป็นเห็ดพิษทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียน ไม่ควรรับประทานทั้งดิบและสุก

ที่มา : หนังสือเห็ดพิษ ของสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย
(The Mushroomresearchers and Growers Society of Thailand.)พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2543